ความเป็นมาของภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ตปรากฏชื่อในหนังสือภูมิศาสตร์ของปโตเลมีนักดาราศาสตร์ชาวกรีกที่เดินทางมาสำรวจดินแดนแถบนี้ไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 700 หรือราว 1,800 ปีเศษในชื่อ "จังซีลอน" เกาะใหญ่ที่สำคัญบนเส้นทางเดินเรืออ้อมแหลมมลายู และผ่านยุคสมัยต่าง ๆ ที่นำความเจริญมาสู่เกาะแห่งนี้ โดยเฉพาะในยุคการทำเหมืองแร่คู่มากับเมืองพังงา จวบจนเข้าสู่ยุคของการท่องเที่ยวที่นำพาภูเก็ตสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกจนได้รับรางวัล City of Gastronomy อันน่าภาคภูมิใจที่ "ยูเนสโก้" มอบให้เมื่อปี พ.ศ. 2558

~พ.ศ. 700 (ค.ศ. 157)

ได้ปรากฎชื่อเกาะถลางในหนังสือภูมิศาสตร์ของปโตเลมี ชาวกรีก โดยบันทึกชื่อเกาะไว้ว่า "จังซีลอน"

~พ.ศ. 1500 (ค.ศ. 957)

อาณาจักรศรีวิชัยมีบทบาทเหนือดินแดนแถบนี้ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่นครศรีธรรมราชและเมืองไชยา ตามมาด้วยอาณาจักพรลิงค์(อาณาจักรศิริธรรมนคร) จัดการปกครองเมืองบริวารทั้ง 12 ด้วยรูปแบบ 12 นักษัตร โดยเมืองภูเก็ต (ถลาง) มีชื่อว่าเมืองตะกั่วถลางและใช้สัญลักษณ์รูปสัตว์ปีจอ (ตราหมา)

~พ.ศ. 1800 (ค.ศ. 1257)

อาณาจักรสุโขทัยประกาศอิสรภาพจากขอม เมืองนครศรีธรรมราชและเมืองบริวาร(รวมภูเก็ตด้วย) จึงขึ้นอยู่กับอาณาจักสุโขทัยในฐานะเมืองประเทศราช และได้ส่งดีบุกไปเป็นบรรณาการ

~พ.ศ. 1883 (ค.ศ. 1340)

กรุงศรีอยุธยารุ่งเรื่องมามีอำนาจเหนืออาณาจักรสุโขทัย ทำให้บรรดาเมืองต่าง ๆ ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอยุธยา

พ.ศ. 2088 (ค.ศ. 1545)

อีกตำราเชื่อว่า"ภูเก็ต"ได้ถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรก นักสำรวจชาวโปรตุเกสชื่อ Fernao Mendes Pinto ได้เดินทางถึงแผ่นดินสยามในปี พ.ศ. 2088

พ.ศ. 2148 (ค.ศ. 1605)

สมัยพระเอกาทศรถ ปรากฏชื่อเมืองถลางเป็นหัวเมืองที่ขึ้นอยู่กับฝ่ายกลาโหม แสดงว่าเจ้าเมืองถลางต้องได้รับการแต่งตั้งจากกรุงศรีอยุธยาตามระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินในสมัยนั้น

พ.ศ. 2169 (ค.ศ. 1626)

รัชสมัยของพระเจ้าทรงธรรมได้มีพระบรมราชานุญาตให้ชาวฮอลันดาตั้งสถานีรับซื้อแร่ดีบุกขึ้นที่เกาะถลาง แต่ถูกชาวเมืองถลางขับไล่ออกไปในที่สุด ด้วยเหตุผลที่ชาวฮอลันดาแสวงหาผลประโยชน์มากเกินไป

พ.ศ. 2223 (ค.ศ. 1680)

René Charbonneau หมอสอนศาสนาชาวฝรั่งเศสผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็น "ผู้ปกครองเมืองภูเก็ต" โดยสมเด็จพระนารายณ์

พ.ศ. 2228 (ค.ศ. 1685)

สมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ทำสนธิสัญญาค้าขายแร่ดีบุกกับฝรั่งเศสที่เข้ามาแทนที่ชาวฮอลันดา มีการจดบันทึกไว้ในบันทึกของมองซิเออร์เดอลาลแบร์ อัครราชทูตฝรั่งเศส (พ.ศ. 2230)

พ.ศ. 2328 (ค.ศ. 1785)

กองทัพพม่ายกทัพบุกมาตีเมืองถลาง ท่านผู้หญิงจันและท่านผู้หญิงมุกผู้เป็นน้องสาว ออกอุบายเกณฑ์ชาวบ้านทั้งชาวและหญิงช่วยปกป้องเมืองถลางไว้เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2328 รัชกาลที่ 1 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงจันเป็น ท้าวเทพกษัตรี และคุณมุกเป็นท้าวศรีสุนทร

พ.ศ. 2328 (ค.ศ. 1785) *

ปรากฏชื่อ เมืองภูเก็จ เป็นครั้งแรกในจดหมายเหตุเมืองถลางที่ท่านผู้หญิงจันเขียนถึงกัปตันฟรานซิส ไลต์ (พระยาราชกปิตัน) ชาวอังกฤษหลังศึกพม่า 2328

พ.ศ. 2363 (ค.ศ. 1820)

ชาวจีนเริ่มเดินทางมาตั้งรกรากถิ่นฐาน ซึ่งส่วนใหญ่มาเป็นคนงานเหมืองแร่ดีบุก

พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1892)

พระยาทิพโกษา (โต โชติกเสถียร) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นข้าหลวงเทศาภิบาล สำเร็จราชการมณฑลภูเก็จเป็นคนแรก (หลังการปฏิรูปการปกครองเป็นแบบมณฑล ภายใต้รัชกาลที่ 5)

พ.ศ. 2445 (ค.ศ. 1902)

พระยารัษฏานุประดิษฐ์มหิศรภักดีได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลและเป็นผู้วางรากฐานความเจริญรุ่งเรื่องให้กับเกาะแห่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน

พ.ศ. 2476 (ค.ศ. 1933)

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้รวบรวมหัวเมืองชายทะเลทางตะวันตกตั้งเป็นมณฑลภูเก็ตและในปี พ.ศ. 2476 ได้ยกเลิกระบบมณฑลเทศาภิบาลแล้วเปลี่ยนมาเป็น "จังหวัดภูเก็ต"

พ.ศ. 2528 (ค.ศ. 1985)

เมื่อราคาของแร่ดีบุกเริ่มตกต่ำลงเศรษฐกิจซบเซา แต่ด้วยภูมิประเทศอันสวยงาม ในที่สุด "ภูเก็ต" จึงกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในเวลาต่อมา

พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015)

ภูเก็ตได้รับการเลือกจาก UNESCO เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร แห่งแรกของอาเซียน
อ้างอิง: ททท. จังหวัดภูเก็ต และ ร้อยเรื่องเมืองเก่าอันดามัน สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดภูเก็ต